Showing posts with label Taylor Swift. Show all posts
Showing posts with label Taylor Swift. Show all posts

Wednesday, January 4, 2012

เลยวันคริสต์มาสมาแล้ว
แต่ก็มาฟังหน่อยละกัน สำหรับแฟนๆเจ๊เทย์ xD




Please take down the misletoe
Cause I don't wanna think about that right now
Cause everything I want is miles away
In a snow covered little town
My momma's in the kitchen, worrying about me
Season's greetings, hope you're well
Well I'm doing alright
If you were wondering
Lately I can never tell


เอาต้นมิสเซิลโทลงมาเถอะ
เพราะฉันไม่อยากคิดถึงเรื่องนั้นตอนนี้
เพราะทุกๆอย่างที่ฉันต้องการนั้นอยู่ไกลแสนไกล
ในเมืองเล็กๆที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ
แม่ของฉันที่อยู่ในครัว กำลังเป็นห่วงฉัน
เขียนการ์ดอวยพร หวังว่าเธอจะสบายดีนะ
ฉันสบายดี
และถ้าเธอสงสัยอะไร
ฉันคงบอกไม่ได้


I know this shouldn't be a lonely time
But there were Christmases when you were mine


มันไม่ควรจะเป็นช่วงเวลาที่รู้สึกโดดเดี่ยวเลย
แต่มันเคยมีคริสต์มาสแค่ตอนที่เธออยู่กับฉันเท่านั้น


I've been doing fine without you, really
Up until the nights got cold
And everybody's here, except you, baby
Seems like everyone's got someone to hold


ฉันเคยปกติดีเมื่อไม่มีเธอ
จนกระทั่งถึงเวลากลางคืนอันหนาวเหน็บ
เหมือนทุกๆคนอยู่ที่นี่ ยกเว้นเธอ ที่รัก
และทุกๆคนมีคนให้กอด


But for me it's just a lonely time
Cause there were Christmases when you were mine


แต่สำหรับฉันมันคือช่วงเวลาอันเหงาหงอย
เพราะมันเคยมีคริสต์มาสแค่ตอนเธออยู่กับฉันเท่านั้น


Merry Christmas everybody
That'll have to be something I just say this year
I'll bet you got your mom another sweater
And were your cousins late again
When you were putting up the lights this year
Did you notice one less pair of hands


สุขสันต์วันคริสต์มาสนะทุกคน
มันก็แค่สิ่งที่ฉันควรพูดออกมา
ฉันคิดว่าเธอคงได้เสื้อหนาวตัวใหม่จากแม่เธอแน่ๆ
และลูกพี่ลูกน้องของเธอยังมาสายอยู่รึเปล่า
ตอนที่เธอประดับบ้านด้วยแสงไฟในปีนี้
เธอรู้สึกถึงมืออีกคู่นึงที่ช่วยเหลือเธอที่หายไปบ้างมั้ยนะ


I know this shouldn't be a lonely time
But there were Christmases when I didn't wonder how you are tonight
Cause there were Christmases when you were mine
You were mine


มันไม่ควรจะเป็นช่วงเวลาที่รู้สึกโดดเดี่ยวเลย
แต่มันเคยมีคริสต์มาสเมื่อฉันไม่ต้องคอยสงสัยว่าเธอเป็นยังไงบ้างในคืนนี้
เพราะมันเคยมีคริสต์มาสแค่ตอนที่เธออยู่กับฉันเท่านั้น
เธอเป็นของฉัน

Taylor Swift - Christmases When You Were Mine

By: AelitaX on: 4:00 AM

Tuesday, December 27, 2011

เพลงนี้เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง The Hunger Games ที่สร้างขึ้นจากนวนิยายชื่อเดียวกันนี้ครับ
ฟังครั้งแรกไม่คิดว่าเป็นเพลงของเทย์ด้วยซ้ำไป เพราะเมโลดี้ค่อนข้างหดหู่
แต่เพราะมากครับ




I remember tears streaming down your face
When I said, I'll never let you go
When all those shadows almost killed your light
I remember you said, Don't leave me here alone
But all that's dead and gone and passed tonight

ฉันจำน้ำตาที่ไหลรินอาบแก้มของเธอได้
ตอนที่ฉันบอกว่า ฉันจะไม่มีวันทิ้งเธอไป
และเมื่อเงามืดนั้นเกือบทำลายแสงสว่างของเธอจนหมดสิ้น
เธอบอกฉันว่า อย่าจากฉันไปเลย
แต่ทุกๆอย่างที่ตายจากไปแล้วมันจะผ่านพ้นไปในคืนนี้ทั้งหมด

Just  close your eyes
The sun is going down
You'll be alright
No one can hurt you now
Come morning light
You and I'll be safe and sound

แค่หลับตาลง
ดวงตะวันกำลังจะลับขอบฟ้าไป
เธอจะต้องไม่เป็นอะไร
ไม่มีใครทำร้ายเธอได้แล้ว
แสงสว่างยามรุ่งอรุณจะสาดส่องลงมา
เธอและฉันจะปลอดภัยไปด้วยกัน

Don't you dare look out your window darling
Everything's on fire
The war outside our door keeps raging on
Hold on to this lullaby
Even when the music's gone


อย่ามองออกไปนอกหน้าต่างนั่นนะที่รัก
ทุกๆอย่างกำลังลุกเป็นไฟ
สงครามข้างนอกนั้นทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
จงฟังเพลงกล่อมนี้ต่อไป
ถึงแม้เพลงจะสิ้นสุดลงแล้วก็ตาม


Just  close your eyes
The sun is going down
You'll be alright
No one can hurt you now
Come morning light
You and I'll be safe and sound

แค่หลับตาลง
ดวงตะวันกำลังจะลับขอบฟ้าไป
เธอจะต้องไม่เป็นอะไร
ไม่มีใครทำร้ายเธอได้แล้ว
แสงสว่างยามรุ่งอรุณจะสาดส่องลงมา
เธอและฉันจะปลอดภัยไปด้วยกัน

Just  close your eyes
You'll be alright
Come morning light
You and I'll be safe and sound…

แค่หลับตาลง
เธอจะต้องไม่เป็นอะไร
แสงสว่างยามรุ่งอรุณส่องลงมา
เธอและฉันจะปลอดภัยไปด้วยกัน


คิดว่าถ้าได้ดูหนังเรื่องนี้ / อ่านนิยายเรื่องนี้ประกอบคงจะเข้าใจเพลงนี้มากขึ้นครับ
รอดู ^^

Taylor Swift - Safe & Sound feat. The Civil War

By: AelitaX on: 5:40 AM

Thursday, December 1, 2011

ซิงเกิ้ลที่ 5 จากอัลบั้ม Speak Now ครับ :D




The way you move is like a full on rainstorm
And I'm a house of cards
You're the kind of reckless
That should send me runnin'
But I kinda know that I won't get far
And you stood there in front of me
Just close enough to touch
Close enough to hope you couldn't see
What I was thinking of


ท่าทางของเธอเหมือนพายุฝน
และฉันเป็นเพียงบ้านที่สร้างจากไพ่
เธอเป็นคนที่ค่อนข้างสะเพร่า
และมันควรจะทำให้ฉันหนีจากเธอไป
แต่ฉันรู้ดีว่าฉันคงไปไหนไกลจากเธอไม่ได้
และลเธอยืนอยู่ตรงหน้าฉัน
ใกล้พอที่จะสัมผัสได้
ใกล้พอที่ฉันหวังว่าเธอไม่เห็น
สิ่งที่ฉันกำลังคิดอยู่


Drop everything now
Meet me in the pouring rain
Kiss me on the sidewalk
Take away the pain
'cause I see sparks fly whenever you smile
Get me with those green eyes, baby, as the lights go down
Give me something that'll haunt me when you're not around
'cause I see sparks fly whenever you smile


ทิ้งทุกอย่างไปซะ
แล้วมาพบฉันท่ามกลางสายฝน
จูบฉันบนทางเดินนั้น
เอาความเจ็บปวดนี้ออกไป
เพราะฉันเห็นประกายไฟโบยบินอยู่รอบเธอเสมอเมื่อเธอยิ้ม
เอาใจฉันไปด้วยดวงตาสีเขียวของเธอ ที่รักในขณะที่แสงไฟดับลง
มอบอะไรก็ได้ที่มันจะทำให้ฉันไม่ลืมเธอเวลาที่เธอไม่อยู่ใกล้กับฉัน
เพราะฉันเห็นประกายไฟโบยบินอยู่รอบเธอเสมอเมื่อเธอยิ้ม


My mind forgets to remind me
You're a bad idea
You touch me once and it's really something,
You find I'm even better than you imagined I would be.
I'm on my guard for the rest of the world
But with you I know it's no good
And I could wait patiently but I really wish you would...


สมองของฉันลืมเตือนฉันว่า
เธอคือคนที่แย่มาก
เธอสัมผัสฉันเพียงครั้ง และมันสุดยอดไปเลย
เธอพบว่าฉันดีกว่าที่เธอคิดว่าฉันจะเป็นได้
ฉันสร้างกำแพงป้องกันหัวใจตัวเองกับคนทั้งโลก
แต่กับเธอมันใช้การไม่ได้เลย
และฉันอดทนรอได้ แค่เพียงเธอจะ...


Drop everything now
Meet me in the pouring rain
Kiss me on the sidewalk
Take away the pain
'cause I see sparks fly whenever you smile
Get me with those green eyes, baby, as the lights go down
Give me something that'll haunt me when you're not around
'cause I see sparks fly whenever you smile


ทิ้งทุกอย่างไปซะ
แล้วมาพบฉันท่ามกลางสายฝน
จูบฉันบนทางเดินนั้น
เอาความเจ็บปวดนี้ออกไป
เพราะฉันเห็นประกายไฟโบยบินอยู่รอบเธอเสมอเมื่อเธอยิ้ม
เอาใจฉันไปด้วยดวงตาสีเขียวของเธอ ที่รักในขณะที่แสงไฟดับลง
มอบอะไรก็ได้ที่มันจะทำให้ฉันไม่ลืมเธอเวลาที่เธอไม่อยู่ใกล้กับฉัน
เพราะฉันเห็นประกายไฟโบยบินอยู่รอบเธอเสมอเมื่อเธอยิ้ม


I run my fingers through your hair and watch the lights go wild.
Just keep on keeping your eyes on me, it's just wrong enough to make it feel right.
Lead me up the staircase
Won't you whisper soft and slow?
I'm captivated by you, baby, like a firework show.


ฉันลูบเส้นผมของเธอ และมองดูแสงไฟส่องประกายแวววาว
มองตาฉันต่อไป รู้สึกแแปลกๆจริงที่มันรู้สึกดีได้ขนาดนี้
พาฉันขึ้นบันไดไปหน่อย
เธอจะไม่กระซิบข้างหูฉันอย่างอ่อนโยนหน่อยหรอ?
ฉันหลงเสน่ห์เธอเข้าแล้วที่รัก เหมือนกับโชว์ดอกไม้ไฟยามค่ำคืน


Drop everything now,
Meet me in the pouring rain,
Kiss me on the sidewalk,
Take away the pain
'cause I see sparks fly whenever you smile.
Get me with those green eyes, baby, as the lights go down
Give me something that'll haunt me when you're not around
'cause I see sparks fly whenever you smile


ทิ้งทุกอย่างไปซะ
แล้วมาพบฉันท่ามกลางสายฝน
จูบฉันบนทางเดินนั้น
เอาความเจ็บปวดนี้ออกไป
เพราะฉันเห็นประกายไฟโบยบินอยู่รอบเธอเสมอเมื่อเธอยิ้ม
เอาใจฉันไปด้วยดวงตาสีเขียวของเธอ ที่รักในขณะที่แสงไฟดับลง
มอบอะไรก็ได้ที่มันจะทำให้ฉันไม่ลืมเธอเวลาที่เธอไม่อยู่ใกล้กับฉัน
เพราะฉันเห็นประกายไฟโบยบินอยู่รอบเธอเสมอเมื่อเธอยิ้ม


The sparks fly...
Oh, baby, smile...
The sparks fly...


ประกายไฟโบยบิน
โอวที่รัก รอยยิ้มของเธอ
ประกายไฟโบยบิน

Taylor Swift - Spark Fly

By: AelitaX on: 11:00 PM

Friday, November 18, 2011

ซิงเกิ้ลใหม่จาก Speak Now Duluxe Edition ครับ
แล้วทุกๆเพลงที่ออกใหม่ของเธอก็ขึ้นชาร์ทอีกครั้ง 555+

เหมือนตอน Fearless รีรีลีสออกมา  6 เพลงก็ขึ้นชาร์ทหมด.. ทำให้เธอมี 10 เพลงอยู่บนชาร์ท
จะเทพไปแล้วนะเทย์ xD !!




Elevator buttons and morning air
Strangers' silence makes me want to take the stairs
If you were here we'd laugh about their vacant stares
But right now my time is theirs


ปุ่มในลิฟท์ กับอากาศยามเช้า
ความเงียบงันจากคนแปลกหน้ามันทำให้ฉันอยากจะใช้บันไดแทน
ถ้าหากเธออยู่ตรงนี้กับฉัน เราคงจะหัวเราะกับสายตาอันว่างเปล่าของพวกเค้า
แต่ตอนนี้เวลาของฉันอยู่กับพวกเขา


Seems like there's always someone who disapproves
They'll judge it like they know about me and you
And the verdict comes from those with nothing else to do
The jury's out, my choice is you


ดูเหมือนว่ามันมักจะมีซักคนนึงที่ไม่เห็นด้วยเสมอ
เค้าจะตัดสินมันเหมือนว่าเขารู้จักฉันและเธอดี
แล้วคำวิจารณ์ทั้งหลายก็มาจากคนที่ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเราเลย
ไอพวกนักวิจารณ์น่ะช่างมันเถอะ เพราะฉันเลือกเธอ


So don't you worry your pretty little mind
People throw rocks at things that shine
And life makes love look hard
The stakes are high, the water's rough
But this love is ours


อย่าต้องกังวลไปเลย คนดี
ผู้คนชอบขว้างก้อนหินทำลายสิ่งที่เปล่งประกายอยู่เสมอ
และชีวิตอาจจะทำให้ความรักดูยากลำบาก
การเดิมพันมันสูง สายน้ำเชี่ยวกราด
แต่ความรักนี้เป็นของเรานะ


You never know what people have up their sleeves
Ghosts from your past gonna jump out at me
Lurking in the shadows with their lip gloss smiles
But I don't care 'cause right now you're mine


เธอไม่มีวันรู้หรอกว่าผู้คนมีอะไรซ่อนไว้บ้าง
สิ่งที่ตามหลอกหลอนเธอมาจากอดีตอาจจะกระโจนเข้าใส่ฉัน
หลบซ่อนอยู่ในความมืดพร้อมกับรอยยิ้มที่เปรอะด้วยลิปกลอส
แต่ฉันไม่แคร์หรอก เพราะตอนนี้เธอเป็นของฉัน


And you'll say
Don't you worry your pretty little mind
People throw rocks at things that shine
And life makes love look hard
The stakes are high, the water's rough
But this love is ours


และเธอจะบอกว่า
ไม่ต้องกังวลไปหรอก คนดี
ผู้คนชอบขว้างก้อนหินทำลายสิ่งที่เปล่งประกายอยู่เสมอ
และชีวิตอาจจะทำให้ความรักดูยากลำบาก
การเดิมพันมันสูง สายน้ำเชี่ยวกราด
แต่ความรักนี้เป็นของเรานะ


And it's not theirs to speculate if it's wrong and
Your hands are tough but they are where mine belong in
I'll fight their doubt and give you faith
With this song for you


และมันไม่ใช่เรื่องที่พวกเขาจะมาคาดเดาได้ ถึงแม้มันจะผิดพลาดไปก็ตาม
และถึงแม้มือคู่นั้นของเธอจะหยาบกระด้างเพียงใด แต่มันคือที่ที่มือของฉันอยากจะอยู่
ฉันจะสู้กับข้อกังขาเหล่านั้น และมอบความเชื่อมั่นให้กับเธอ
ด้วยเพลงนี้ เพื่อเธอเพียงคนเดียว


'Cause I love the gap between your teeth
And I love the riddles that you speak
And any snide remarks from my father about your tattoos will be ignored
'Cause my heart is yours


เพราะฉันรักฟันกระต่ายของเธอ
และฉันรักเกมทายปัญหาที่เธอชอบถาม
และไม่ว่าพ่อฉันจะด่าว่าเธอเรื่องรอยสักนั้นยังไงก็ตาม เมินไปเถอะ
เพราะหัวใจฉันเป็นของเธอแล้ว


So don't you worry your pretty little mind
People throw rocks at things that shine
And life makes love look hard
Don't you worry your pretty little mind
People throw rocks at things that shine
But they can't take what's ours
They can't take what's ours


อย่าต้องกังวลไปเลย คนดี
ผู้คนชอบขว้างก้อนหินทำลายสิ่งที่เปล่งประกายอยู่เสมอ
และชีวิตอาจจะทำให้ความรักดูยากลำบาก
อย่าต้องกังวลไปเลย คนดี
ผู้คนชอบขว้างก้อนหินทำลายสิ่งที่เปล่งประกายอยู่เสมอ
แต่พวกเขาเอาสิ่งที่เรามีไปไม่ได้
พวกเขาพรากสิ่งที่เรามีอยู่ไปไม่ได้


The stakes are high, the water's rough
But this love is ours


ถึงการเดิมพันมันสูง สายน้ำจะเชี่ยวกราดเพียงใด
แต่ความรักนี้เป็นของเรานะ



ผู้คนชอบบอกว่าคู่นี้ไม่เหมาะกันเลย
ทั้งๆที่ใช่เรื่องของตัวเค้าเองปะ??? 555+
เท่าที่หาข้อมูลมา เพลงนี้น่าจะแต่งให้ John Mayer นะครับ ไม่ก็ Cory Monteiะh
เพราะทั้งคู่ ฟันห่างเหมือนกัน แล้วก็มีรอยสักเหมือนกัน
แต่มีแววจะเป็น John Mayer มากกว่า


อันนี้เป็นวิดิโอที่เธอแสดงในงาน CMA ครับ
และเธอได้รางวัล Entertainer Of The Year มาด้วย



และนี่ก็คัฟเวอร์จาก Jake Coco และ Alex G



บ๊ะบายยย

Taylor Swift - Ours

By: AelitaX on: 5:54 AM

Thursday, November 17, 2011

เพลงนี้เพราะดีครับ :D
ขึ้นอันดับ 10 มาในบิลบอร์ดพอดี เลยจับแปลซะ 555+




Last night I heard my own heart beating
Sounded like footsteps on my stairs
Six months gone and I'm still reaching
Even though I know you're not there
I was playing back a thousand memories, baby
Thinking 'bout everything we've been through
Maybe I've been going back too much lately
When time stood still and I had you


เมื่อคืนนี้ฉันได้ยินเสียงของหัวใจตัวเอง
เสียงเหมือนเสียงจากฝีเท้าที่เดินขึ้นบันไดบ้านมา
หกเดือนผ่านไป และฉันก็ยังคงโหยหา
ถึงแม้ฉันรู้ว่าเธอจะไม่อยู่ตรงนี้แล้วก็ตาม
ฉันนึกย้อนถึงความทรงจำนับพัน ที่รัก
คิดถึงทุกๆเรื่องที่เราผ่านมาด้วยกัน
บางทีฉันอาจจะนึกถึงอดีตมากไป
ถึงตอนที่เวลาหยุดหมุนและฉันยังมีเธออยู่


Come back, come back, come back to me like
You would, you would if this was a movie
Stand in the rain outside 'til I came out
Come back, come back, come back to me like
You could, you could if you just said you're sorry
I know that we could work it out somehow
But if this was a movie you'd be here by now


กลับมา... กลับมา... กลับมาหาฉันเถอะ ให้มันเหมือนกับว่า
เธอจะกลับ... เธอจะกลับมา ถ้านี่เป็นดั่งละคร
เธอยืนรออยู่ท่ามกลางสายฝน จนกว่าฉันจะยอมออกไปหาเธอ
กลับมา... กลับมา... กลับมาหาฉันเถอะ ให้มันเหมือนกับว่า
เธอจะกลับ... เธอจะกับมาแล้วบอกว่าเธอขอโทษ
ฉันรู้ว่ามันจะต้องเป็นไปได้ด้วยดีแน่ๆ
แต่ถ้านี่มันคือละคร ตอนนี้เธอคงอยู่ข้างๆฉันแล้ว...


I know people change and these things happen
But I remember how it was back then
Locked up in your arms and our friends are laughing
'cause nothing like this ever happened to them,
Now I'm pacing up the hall, chasing down your street
Flashback to a night when you said to me,
"Nothing's gonna change, not for me and you
Not before I knew how much I had to lose"


ฉันรู้ว่าผู้คนเปลี่ยนไป และทุกๆอย่างมันเกิดขึ้น
แต่ฉันจำได้เสมอว่าเมื่อก่อนนั้นเป็นยังไง
ติดอยู่ในอ้อมกอดของเธอ และเพื่อนๆของเราต่างหัวเราะสนุกสนาน
เพราะเรื่องแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นกับพวกเขา
ส่วนตอนนี้ฉันได้แต่นั่งมองห้องโถงนั้น ไล่ตามความทรงจำบนถนนที่มีกับเธอ
ย้อนนึกถึงคืนที่เธอบอกฉัน
ว่า "จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ระหว่างเธอกับฉัน
ก่อนที่ฉันจะรู้ว่าต้องเสียอะไรไปมากมายเพื่อเธอ"


Come back, come back, come back to me like
You would, you would if this was a movie
Stand in the rain outside 'til I came out
Come back, come back, come back to me like
You could, you could if you just said you're sorry
I know that we could work it out somehow
But if this was a movie you'd be here by now


กลับมา... กลับมา... กลับมาหาฉันเถอะ ให้มันเหมือนกับว่า
เธอจะกลับ... เธอจะกลับมาถ้านี่เป็นดั่งละคร
ยืนรออยู่ท่ามกลางสายฝน จนกว่าฉันจะยอมออกไปหาเธอ
กลับมา... กลับมา... กลับมาหาฉันเถอะ ให้มันเหมือนกับว่า
เธอจะกลับ... เธอจะกับมาแล้วบอกว่าเธอขอโทษ
ฉันรู้ว่ามันจะต้องเป็นไปได้ด้วยดีแน่ๆ
แต่ถ้านี่มันคือละคร ตอนนี้เธอคงอยู่ข้างๆฉันแล้ว...


If you're out there
If you're somewhere
If you're moving on
I'll be waiting for you
Wary, since you've been gone
I just want it back the way it was before
And I just want to see you back at my front door
And I say


ถ้าเธออยู่ข้างนอกนั้น
ถ้าเธออยู่ที่ไหนก็ตาม
ถ้าเธอกำลังก้าวเดินต่อไป
ฉันยังคงรอคอยเธออยู่นะ
ระวังตัวเสมอ ตั้งแต่เธอจากไป
ฉันแค่อยากให้มันกลับไปเป็นเหมือนเก่า
และฉันอยากจะเห็นเธอกลับมาอยู่หน้าประตูบ้านฉัน
แล้วฉันอยากจะพูดว่า


Come back, come back, come back to me like
You would before you say it's not that easy
Before the fight, before I left you out
But I take it all back now
Come back, come back, come back to me like
You would, you would if this was a movie
Stand in the rain outside 'til I came out
Come back, come back, come back to me like
You could, you could if you just said you're sorry
I know that we could work it out somehow
But if this was a movie you'd be here by now


กลับมา... กลับมา... กลับมาหาฉันเถอะ ให้มันเหมือนกับว่า
เธอจะกลับมาก่อนที่เธอจะบอกว่ามันไม่ง่ายเลย
ก่อนที่เราจะทะเลาะกัน ก่อนที่ฉันจะทิ้งเธอไป
แต่ฉันยอมรับมันทั้งหมดแล้ว
กลับมา... กลับมา... กลับมาหาฉันเถอะ ให้มันเหมือนกับว่า
เธอจะกลับ... เธอจะกลับมาถ้านี่เป็นดั่งละคร
ยืนรออยู่ท่ามกลางสายฝน จนกว่าฉันจะยอมออกไปหาเธอ
กลับมา... กลับมา... กลับมาหาฉันเถอะ ให้มันเหมือนกับว่า
เธอจะกลับ... เธอจะกับมาแล้วบอกว่าเธอขอโทษ
ฉันรู้ว่ามันจะต้องเป็นไปได้ด้วยดีแน่ๆ
แต่ถ้านี่มันคือละคร ตอนนี้เธอคงอยู่ข้างๆฉันแล้ว...


You'd be here by now
It's not the kind of ending you wanna see now
Baby, I don't like the ending
Oh, I thought you'd be here now, whoa
Thought you'd be here by now


เธอคงจะอยู่ตรงนี้แล้ว
มันไม่ใช่ฉากจบที่เธออยากจะเห็นหรอก
ที่รัก ฉันไม่ชอบฉากอวสานเลย
ฉันคิดว่าเธอจะอยู่ตรงนี้แล้ว
คิดว่าเธอคงอยู่ตอนนี้แล้วซะอีก

Taylor Swift - If This Was A Movie

By: AelitaX on: 6:09 AM

Saturday, October 29, 2011

อีกเพลงจากเจ๊เทย์ครับ
เพลงนี้ก็เป็นเรื่องราวที่น่ารักดีเหมือนกัน :D
อ่านให้จบแล้วจะปะติดปะต่อเรื่องราวได้เองครับ




I am not the kind of girl
Who should be rudely barging in
On a white veil occasion
But you are not the kind of boy
Who should be marrying the wrong girl


ฉันไม่ใช่ผู้หญิงแบบนั้น
แบบที่จะเปิดประตูพรวดพราดเข้ามา
ในงานแต่งงาน
แต่เธอก็ไม่ใช่ผู้ชายแบบที่
จะมาแต่งงานกับผู้หญิงผิดคนแบบนี้


I sneak in and see your friends
And her snotty little family
All dressed in pastel
And she is yelling at a bridesmaid
Somewhere back inside a room
Wearing a gown shaped like a pastry


ฉันแอบย่องไปซุ่มดูเพื่อนของเธอ
และครอบครัวอันแสนหยาบคายของเธอ
ทุกๆคนแต่งตัวในชุดสีขาว
และเธอก็ตะโกนด่าเพื่อนเจ้าสาว
ในห้องนั้น
เธอสวมชุดที่ทำเหมือนขนมอบเลย


This is surely not what you thought it would be
I lose myself in a daydream where I stand and say


นี่คงไม่ใช่สิ่งที่เธอคิดเอาไว้
ฉันฝันกลางวันไป และฉันก็พูดว่า


Don't say yes, run away now
I'll meet you when you're out
Of the church at the back door


อย่าพูดว่า "ใช่ครับ" เลยนะ วิ่งหนีไปเถอะ
ฉันจะรอพบกับเธอตอนเธอหนีออกมาแล้ว
ที่ประตูหลังของโบสถ์นี้


Don't wait or say a single vow
You need to hear me out
And they said "speak now"


อย่ารอหรืออย่าแม้แต่จะพูดคำสาบาญใดๆ
เธอต้องฟังฉันให้ดีนะ
และพวกเขาก็พูดว่า "พูดเลยๆๆ"


Fond gestures are exchanged
And the organ starts to play
A song that sounds like a deathmarch


ท่าทางที่แสดงความรักของทั้งคู่
ออร์แกนเริ่มเล่นแล้ว
เพลงที่เหมือนกับการการเดินขบวนเข้าสู่ความตาย


And I am hiding in the curtains
It seems that I was uninvited
By your lovely bride-to-be


และฉันก็หลบอยู่หลังม่าน
เพราะฉันไม่ได้ถูกรับเชิญ
โดยเจ้าสาวที่แสนนนนนจะน่ารักของเธอ


She floats down the aisle
Like a pageant queen.
But I know you wish it was me
You wish it was me (Don't cha?)


เธอลอยลงมาจากช่องทางเดิน
เหมือนกับนางงาม
แต่ฉันรู้นะว่าเธอหวังให้ยัยคนนั้นน่ะเป็นฉัน
เธอหวังให้ยัยคนนั้นน่ะเป็นฉัน (ใช่มั้ยล่ะ?)


Don't say yes, run away now
I'll meet you when you're out
Of the church at the back door


อย่าพูดว่า "ใช่ครับ" เลยนะ วิ่งหนีไปเถอะ
ฉันจะรอพบกับเธอตอนเธอหนีออกมาแล้ว
ที่ประตูหลังของโบสถ์นี้


Don't wait or say a single vow
You need to hear me out
And they said "speak now"


อย่ารอหรืออย่าแม้แต่จะพูดคำสาบาญใดๆ
เธอต้องฟังฉันให้ดีนะ
และพวกเขาก็พูดว่า "พูดเลยๆๆ"


Don't say yes, run away now
I'll meet you when you're out
Of the church at the back door


อย่าพูดว่า "ใช่ครับ" เลยนะ วิ่งหนีไปเถอะ
ฉันจะรอพบกับเธอตอนเธอหนีออกมาแล้ว
ที่ประตูหลังของโบสถ์นี้


Don't wait or say a single vow
You need to hear me out
And they said "speak now"


อย่ารอหรืออย่าแม้แต่จะพูดคำสาบาญใดๆ
เธอต้องฟังฉันให้ดีนะ
และพวกเขาก็พูดว่า "พูดเลยๆๆ"


Oh Oh Oh! ( said speak now.... )


"พูดเลยๆๆ"


I hear the preacher say
"Speak now or forever hold your peace"
There's the silence, there's my last chance
I stand up with shaking hands
All eyes on me


ฉันได้ยินบาทหลวงคนนั้นพูดว่า
"จะพูดเลย หรือเงียบอย่างนี้ตลอดไป?"
มันกลายเป็นความเงียบงัน นี่แหละ โอกาสสุดท้ายของฉันแล้ว
ฉันยืนขึ้นมา แล้วโบกมือให้เขา
ทุกสายตาจับจ้องมาที่ฉัน


Horrified looks from everyone in the room
But I'm only looking at you.


สายตาอันน่ากลัวจากทุกๆคนในห้อง
แต่ฉันมองแค่เธอคนเดียว


I am not the kind of girl
Who should be rudely barging in
On a white veil occasion
But you are not the kind of boy
Who should be marrying the wrong girl!


ฉันไม่ใช่ผู้หญิงแบบนั้น
แบบที่ควรจะเปิดประตูพรวดพราดเข้ามา
ในงานแต่งงาน
แต่เธอก็ไม่ใช่ผู้ชายแบบที่
จะมาแต่งงานกับผู้หญิงผิดคนแบบนี้


( Ha! )


So don't say yes, run away now
I'll meet you when you're out
Of the church at the back door


อย่าพูดว่า "ใช่ครับ" เลยนะ วิ่งหนีไปเถอะ
ฉันจะรอพบกับเธอตอนเธอหนีออกมาแล้ว
ที่ประตูหลังของโบสถ์นี้


Don't wait or say a single vow
You need to hear me out
And they said "speak now"


อย่ารอหรืออย่าแม้แต่จะพูดคำสาบาญใดๆ
เธอต้องฟังฉันให้ดีนะ
และพวกเขาก็พูดว่า "พูดเลยๆๆ"


And you say
Let's run away now
I'll meet you when I'm out of my tux at the back door


และเธอก็บอกว่า
"เราวิ่งหนีกันเถอะ
เดี๋ยวเราเจอกันตอนที่ผมถอดทักซิโด้ออกไปแล้วที่ประตูหลังโบสถ์นะ"


Baby, I didn't say my vows
So glad you were around when they said
Speak Now


"ที่รัก ผมไม่ได้พูดคำสาบาญไป
ดีใจจังเลยที่คุณอยู่ตรงนี้ ตอนที่พวกเขาบอกว่า
พูดเลยๆๆๆ"



เป็นเรื่องราวที่น่ารักดีครับ :D
ชอบอะ

ดูไลฟ์กันหน่อย



ซอฮยอนคัฟเวอร์เพลงนี้ด้วยแหละ xD



(แทยอนน่ารักสุดๆเลย 555+)

แล้วเจอกัน !

Taylor Swift - Speak Now

By: AelitaX on: 5:00 AM

Tuesday, October 11, 2011

ไม่ได้แปลเพลงของเจ๊เทย์มาซะนาน
เพลงนี้ก็ออกมานานแล้วด้วย
แต่อยู่ดีๆก็อยากฟังเพลงนี้ ก็เลยแปลซะเลย :P




I used to think one day we'd tell the story of us,
How we met and the sparks flew instantly,
People would say, "They're the lucky ones."



ฉันเคยหวังว่าซักวันนึง เราจะได้เล่าเรื่องราวของเราสองคนให้คนอื่นได้
เรื่องตอนที่เราเจอกัน และก็เหมือนประกายไฟพุ่งผ่านเราสองคนในทันที
คนอื่นๆคงจะพูดว่า "คู่นั้นนี่โชคดีเนอะ"



I used to know my place was a spot next to you,
Now I'm searching the room for an empty seat,
'Cause lately I don't even know what page you're on.



ฉันเคยรู้ว่าที่นั่งของฉันอยู่ข้างๆเธอ
แต่ตอนนี้ฉันมองหาห้องว่างๆเพื่อนั่งอยู่คนเดียว
เพราะตอนนี้ ฉันไม่รู้ว่าเธออยู่หน้าไหนแล้ว



Oh, a simple complication,
Miscommunications lead to fall-out.
So many things that I wish you knew,
So many walls that I can't break through.


แค่ความสับสน
การเข้าใจกันผิดก็พาเราไปที่ที่เราสองแยกจากกัน
มีเรื่องอีกมากมายที่ฉันอยากให้เธอได้รู้
มีกำแพงอีกหลายฉันที่ฉันยังฝ่าเข้าไปไม่ได้


Now I'm standing alone in a crowded room and we're not speaking,
And I'm dying to know is it killing you like it's killing me, yeah?
I don't know what to say, since the twist of fate when it all broke down,
And the story of us looks a lot like a tragedy now.


ตอนนี้ฉันยืนอยู่คนเดียวในห้องที่เต็มไปด้วยผู้คนและเราก็ไม่พูดคุยกัน
ฉันอยากจะรู้เหลือเกินว่าเธอรู้สึกแย่เหมือนที่ฉันรู้สึกมั้ย?
ฉันไม่รู้ว่าจะพูดอะไร ตั้งแต่ที่ชะตากรรมของเรามันพลิกผันและทุกๆอย่างมันพังทลายลงมา
และเรื่องราวของเราสองคนมันกลายเป็นโศกนาฏกรรมไปซะแล้ว


Next chapter.


บทต่อไป


How'd we end up this way?
See me nervously pulling at my clothes and trying to look busy,
And you're doing your best to avoid me.


เราจบลงแบบนี้ได้ยังไงนะ?
ฉันลุกลี้ลุกลนใส่เสื้อโค้ทของฉันและพยายามจะทำตัวยุ่งๆ
และเธอก็พยายามที่หลีกเลี่ยงฉันเต็มที่


I'm starting to think one day I'll tell the story of us,
How I was losing my mind when I saw you here,
But you held your pride like you should've held me.


ฉันเริ่มคิดว่าว่าซักวัน ฉันจะเล่าเรื่องราวของเราสอง
เรื่องที่ฉันเสียสติไปตอนที่เห็นเธอตรงนั้น
แต่เธอก็มีทิฐิของตัวเองเหมือนที่เธอควรจะกอดฉัน


Oh, I'm scared to see the ending,
Why are we pretending this is nothing?
I'd tell you I miss you but I don't know how,
I've never heard silence quite this loud.


ฉันกลัวเหลือเกินที่จะเห็นฉากจบของเรื่องนี้
ทำไมเราแสร้งทำเป็นว่านี่มันไม่มีอะไรเลยล่ะ?
ฉันอยากจะบอกเธอว่าฉันคิดถึงเธอ แต่ฉันไม่รู้ต้องทำยังไง
ฉันไม่เคยได้ยินความเงียบงันที่ดังกึกก้องขนาดนี้มาก่อนเลย


Now I'm standing alone in a crowded room and we're not speaking,
And I'm dying to know is it killing you like it's killing me, yeah?
I don't know what to say, since the twist of fate when it all broke down,
And the story of us looks a lot like a tragedy now.


ตอนนี้ฉันยืนอยู่คนเดียวในห้องที่เต็มไปด้วยผู้คนและเราก็ไม่พูดคุยกัน
ฉันอยากจะรู้เหลือเกินว่าเธอรู้สึกแย่เหมือนที่ฉันรู้สึกมั้ย?
ฉันไม่รู้ว่าจะพูดอะไร ตั้งแต่ที่ชะตากรรมของเรามันพลิกผันและทุกๆอย่างมันพังทลายลงมา
และเรื่องราวของเราสองคนมันกลายเป็นโศกนาฏกรรมไปซะแล้ว


This is looking like a contest,
Of who can act like they care less,
But I liked it better when you were on my side.
The battle's in your hands now,
But I would lay my armor down
If you said you'd rather love than fight.
So many things that you wished I knew,
But the story of us might be ending soon.


นี่มันเหมือนการประกวดเลยนะ
ว่าใครจะแสดงความไม่เป็นห่วงได้มากกว่ากัน
แต่ฉันชอบเวลาที่เธออยู่ข้างๆฉันมากกว่า
การต่อสู้นี้อยู่ในกำมือเธอแล้ว
ฉันจะวางเกราะป้องกันของฉันลง
ถ้าเธอบอกว่าเธออยากจะรัก มากกว่าต่อสู้กัน
มีอีกเรื่องราวมากมายที่เธออยากจะให้ฉันได้รู้
แต่เรื่องราวของเราอาจจะจบลงในเร็วๆนี้แล้วก็ได้


Now I'm standing alone in a crowded room and we're not speaking,
And I'm dying to know is it killing you like it's killing me, yeah?
I don't know what to say, since the twist of fate when it all broke down,
And the story of us looks a lot like a tragedy now, now, now.
And we're not speaking,
And I'm dying to know is it killing you like it's killing me, yeah?
I don't know what to say, since the twist of fate 'cause we're going down,
And the story of us looks a lot like a tragedy now.


ตอนนี้ฉันยืนอยู่คนเดียวในห้องที่เต็มไปด้วยผู้คนและเราก็ไม่พูดคุยกัน
ฉันอยากจะรู้เหลือเกินว่าเธอรู้สึกแย่เหมือนที่ฉันรู้สึกมั้ย?
ฉันไม่รู้ว่าจะพูดอะไร ตั้งแต่ที่ชะตากรรมของเรามันพลิกผันและทุกๆอย่างมันพังทลายลงมา
และเรื่องราวของเราสองคนมันกลายเป็นโศกนาฏกรรมไปซะแล้ว
เราไม่พูดกันซักคำ
และฉันอยากจะรู้เหลือเกินว่าเธอรู้สึกแย่เหมือนที่ฉันรู้สึกมั้ย?
ฉันไม่รู้ว่าจะพูดอะไร ตั้งแต่ที่ชะตากรรมของเรามันพลิกผันและทุกๆอย่างมันพังทลายลงมา
และเรื่องราวของเราสองคนมันกลายเป็นโศกนาฏกรรมไปซะแล้ว


The end. 


อวสาน...



เพลงนี้คล้ายๆกับ Back to December ครับ
คือแต่งขึ้นจากคนรักเก่า
Back to December แต่งให้ Taylor Lautner
ส่วนเพลงนี้เนี่ย
แต่งขึ้นตอนงาน CMT Awards ปี 2010
เธอถูำกจัดที่นั่งให้นั่งคู่กับอดีตคนรัก John Mayer
และทั้งคู่ก็ไม่พูดอะไรกันเลยจนจบงาน
แล้วก็เป็นที่มาของเพลงนี้ :D

แปลกดีเหมือนกันที่เธอปล่อยเพลงป๊อปออกมาเป็นซิงเกิ้ล
ไม่ใช่เพลงคันทรี่

ไปดูไลฟ์ของเธอดีกว่า


ตอนดูครั้งแรกก็รู้สึกว่า... เธอทำอะไรรรร D: !!
สะบัดผมทำไม D: !!!  5555+

แล้วเจอกัน !

Taylor Swift - The Story Of Us

By: AelitaX on: 8:01 AM

Friday, May 27, 2011




I'm so glad you made time to see me
How's life? Tell me, how's your family?
I haven't seen them in a while

ฉันดีใจมากเลยนะที่เธอยอมมาเจอฉันอีกครั้ง
เป็นไงบ้าง? แล้วครอบครัวนายเป็นยังไงบ้าง?
ฉันไม่ได้เจอพวกเขามานานแล้วน่ะ


You've been good, busier than ever
We small talk, work and the weather
Your guard is up, and I know why

เธอสบายดีเนอะ ดูจะงานยุ่งกว่าปกติด้วย
เราคุยกันนิดหน่อย เรื่องงานบ้าง สภาพอากาศบ้าง
เธอทำตัวไม่เหมือนเดิม แต่ฉันก็รู้ว่าเพราะอะไร
(guard up = ป้องกันตัวเอง  ในที่นี้คือป้องกันหัวใจจากการที่จะกลับมาชอบอีกครั้ง)

Because the last time you saw me
Is still burned in the back of your mind
You gave me roses, and I left them there to die

เพราะครั้งสุดท้ายที่เราเจอกัน
ความทรงจำตอนนั้นมันยังฝังใจเธออยู่
เธอมอบกุหลาบให้ฉัน และฉันก็ทิ้งมันให้เฉาตายอยู่ตรงนั้น

So this is me swallowing my pride
Standing in front of you, saying I'm sorry for that night
And I go back to December all the time

แล้วคราวนี้ฉันก็ยอมเสียศักดิ์ศรี
เผชิญหน้ากับเธอ แล้วบอกว่า "ฉันขอโทษสำหรับเรื่องคืนนั้นนะ"
และฉันก็คิดถึงเมื่อเดือนธันวาคมที่แล้วตลอดเวลา

It turns out freedom ain't nothing but missing you
Wishing I'd realized what I had when you were mine
I go back to December, turn around and make it alright
I go back to December all the time

กลายเป็นว่าความอิสระที่ได้มามันไม่มีค่าอะไรเลย เพราะฉันคิดถึงเธอตลอดเวลา
ฉันน่าจะรู้ตัวตอนที่เธอยังคงอยู่กับฉัน ว่าเธอน่ะสำคัญกับฉันแค่ไหน
อยากจะย้อนกลับไปเมื่อเดือนธันวาคมนั้น แล้วแก้ไขทุกอย่าง
ฉันคิดถึงช่วงเวลานั้นตลอดมา...

These days, I haven't been sleeping
Staying up, playing back myself leaving
When your birthday passed, and I didn't call

ทุกๆวันนี้ฉันนอนไม่หลับเลย
นั่งอยู่ทั้งคืน นึกถึงตอนที่ฉันเดินจากเขามา
ตอนวันเกิดของเขา ฉันก็ไม่ได้โทรไปหา

Then I think about summer, all the beautiful times
I watched you laughing from the passenger side
And realized I loved you in the fall

แล้วฉันก็นึกไปถึงตอนฤดูร้อน ช่วงเวลาที่สวยงามเหล่านั้น
ฉันนั่งมองเธอยิ้มและหัวเราะอยู่ในรถของเธอ (passenger side ที่นั่งที่ไม่ใช่ที่คนขับอะ เรียกว่าไรดี D:)
และฉันก็รู้สึกตัวอีกทีว่าหลงรักเธอเข้าแล้วในฤดูใบ้ไม้ร่วงนั้น

And then the cold came, the dark days
When fear crept into my mind
You gave me all your love, and all I gave you was goodbye

แล้วฤดูหนาวก็มาเยือน
ความกลัวก็เริ่มคืบคลานเข้ามาในใจของฉัน
เธอมอบความรักให้ฉันหมดหัวใจ แต่ฉันกลับ... บอกลาเธอตรงนั้น

So this is me swallowing my pride
Standing in front of you, saying I'm sorry for that night
And I go back to December all the time

แล้วคราวนี้ฉันก็ยอมเสียศักดิ์ศรี
เผชิญหน้ากับเธอ แล้วบอกว่า "ฉันขอโทษสำหรับเรื่องคืนนั้นนะ"
และฉันก็คิดถึงเมื่อเดือนธันวาคมที่แล้วตลอดเวลา

It turns out freedom ain't nothing but missing you
Wishing I'd realized what I had when you were mine
I go back to December, turn around and make it alright
I go back to December all the time

กลายเป็นว่าความอิสระที่ได้มามันไม่มีค่าอะไรเลย เพราะฉันคิดถึงเธอตลอดเวลา
ฉันน่าจะรู้ตัวตอนที่เธอยังคงอยู่กับฉัน ว่าเธอน่ะสำคัญกับฉันแค่ไหน
อยากจะย้อนกลับไปเมื่อเดือนธันวาคมนั้น แล้วแก้ไขทุกอย่าง
ฉันคิดถึงช่วงเวลานั้นตลอดมา...

I miss your tan skin, your sweet smile
So good to me, so right
And how you held me in your arms that September night
The first time you ever saw me cry

ฉันคิดถึงผิวสีแทนของเธอ... รอยยิ้มของเธอ
เธอช่างดีกับฉันเหลือเกิน
และตอนที่เธอกอดฉันในคืนเดือนกันยายนนั้น
เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นฉันร้องไห้

Maybe this is wishful thinking
Probably mindless dreaming
But if we loved again, I swear I'd love you right

มันอาจจะเป็นความปราถนาของฉัน...
หรืออาจจะเป็นแค่เพียงฝันลมๆแล้งๆ
แต่ถ้าเรากลับมารักกันอีกครั้ง... ฉันสัญญา ฉันจะรักเธอให้ดีที่สุด

I'd go back in time and change it, but I can't
So if the chain is on your door, I understand

ฉันอยากกลับไปเปลี่ยนแปลงอดีตนั้น... แต่มันเป็นไปไม่ได้...
เพราะงั้นถ้าเธอก็ปิดรับทุกอย่างจากฉัน ฉันก็เข้าใจดี...

So this is me swallowing my pride
Standing in front of you, saying I'm sorry for that night
And I go back to December all the time

แล้วคราวนี้ฉันก็ยอมเสียศักดิ์ศรี
เผชิญหน้ากับเธอ แล้วบอกว่า "ฉันขอโทษสำหรับเรื่องคืนนั้นนะ"
และฉันก็คิดถึงเมื่อเดือนธันวาคมที่แล้วตลอดเวลา

It turns out freedom ain't nothing but missing you
Wishing I'd realized what I had when you were mine
I go back to December, turn around and make it alright
I go back to December, turn around and change my own mind
I go back to December all the time, all the time

กลายเป็นว่าความอิสระที่ได้มามันไม่มีค่าอะไรเลย เพราะฉันคิดถึงเธอตลอดเวลา
ฉันน่าจะรู้ตัวตอนที่เธอยังคงอยู่กับฉัน ว่าเธอน่ะสำคัญกับฉันแค่ไหน
อยากจะย้อนกลับไปเมื่อเดือนธันวาคมนั้น แล้วแก้ไขทุกอย่าง
อยากจะย้อนกลับไปตอนนั้นเพื่อเปลี่ยนใจตัวฉันเอง
ฉันคิดถึงช่วงเวลานั้นตลอดมา...
ตลอดเวลา...







แปลเพลงนี้ไปแล้วร้องไห้ไป T-T !!!

ใครที่มีคนดีๆเป็นคนรักอย่าให้หลุดมือไปได้นะครับ
บางทีอะไรๆมันก็แก้ไขไม่ได้...

อาจจะสงสัย ทำไมต้อง tan skin ???


ผิวแทนมั้ยครับบบ
(กรี๊ดดดดดดดดดดด หล่อลากกกกก)

ใช่แล้ว เพลงนี้เธอแต่งให้Taylor Lautnerนั่นเอง
เพลงที่เธอแต่งส่วนใหญ่มักจะมาจากความสัมพันธ์ของเธอเอง
เหมือนกับเพลง Teardrops on my guitar ก็มาจากที่เธอไปแอบชอบเพื่อนชื่อ Drew...

อืม... ขอให้ผู้ชายไม่เลวมาฟ้องร้องขอค่าแต่งเพลงเหมือนแฟนเก่า Adele ละกันครับ D:

มาดูความน่ารักของเจ๊เทย์กันบ้างดีกว่า





น่าร้ากมว๊าากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

มาดูคริสติน่าคัฟเวอร์กันบ้างดีกว่า 555+
(โปรโมตสุดริด)


(ชอบเวอร์ชั่นนี้ที่สุดแล้วววว)


ของเจ๊คนนี้ก็ดีครับ



ของเฮียคนนี้ก็เจ๋งครับ
เสียงเริ่ดมากกกก (จะเห็นเฮียคนนี้ได้บ่อยๆเพราะแกไปช่วยเล่นดนตรีให้คนอื่นคัฟเวอร์มากมาย)



ลาละคร้าบบบ :D






MP3 Download Here !!

Taylor Swift - Back to December

By: AelitaX on: 10:06 AM



We were both young when I first saw you
I close my eyes
And the flashback starts
I'm standing there
On a balcony in summer air

เราทั้งคู่ยังเด็กอยู่เลย ตอนที่ฉันเจอเธอครั้งแรก
ฉันหลับตาลง...
และภาพแห่งความหลังก็เริ่มขยับเดิน...
ฉันยืนอยู่ตรงนั้น
บนระเบียงในฤดูร้อน



See the lights
See the party, the ball gowns
I see you make your way through the crowd
And say hello, little did I know

ได้เห็นแสงสี
ได้เห็นงานปาร์ตี้ เห็นชุดราตรี
และฉันเห็นเธอเดินฝ่าฝูงชนมาหาฉัน
เพื่อทักทายฉัน และที่ฉันรู้เพียงว่า


That you were Romeo, you were throwing pebbles
And my daddy said stay away from Juliet
And I was crying on the staircase
Begging you please don't go, and I said

เธอเปรียบเหมือนโรมีโอ กำลังขว้างก้อนกรวด.... (เพื่อเรียกให้จูเลียตออกมา)
และพ่อฉันบอกว่าให้เธออยู่ห่างๆจูเลียต(ฉัน)ไว้
ฉันจึงนั่งร้องไห้อยู่ตรงขั้นบันได
ขอร้องไม่ให้เธอจากไป และฉันบอกว่า


Romeo take me somewhere we can be alone
I'll be waiting all there's left to do is run
You'll be the prince and I'll be the princess
It's a love story baby just say yes

โรมีโอ พาฉันไปที่ที่จะมีเพียงเราสอง
ฉันจะรอเธอมาพาฉันไป และจากนั้นเราก็จะหนีไปด้วยกัน
เธอจะเป็นเจ้าชาย ส่วนฉันก็จะเป็นเจ้าหญิง
นี่แหละเรื่องราวของความรัก เจ้าชายของฉัน...แค่ตอบตกลงก็พอ

So I sneak out to the garden to see you
We keep quiet 'cause we're dead if they knew
So close your eyes
Escape this town for a little while

ฉันแอบย่องไปที่สวนเพื่อไปพบเธอ
เราต้องเงียบไว้เพราะถ้ามีใครเห็นเรา เราคงแย่แน่
เพราะงั้นหลับตาลงซะ
เราหนีไปจากที่นี่กันซักพักเถอะ


'Cause you were Romeo, I was a scarlet letter
And my daddy said stay away from Juliet
But you were everything to me
I was begging you please don't go and I said

เพราะเธอคือโรมีโอ และฉันตัวหนังสือสีแดง...
(
Scalet letter เป็นตัวหนังสือสีแดง มาจากหนังสือ เรื่องเกี่ยวกับผู้หญิงที่มีลูกนอกสมรสแล้วถูกบังคับให้สวมเสื้อที่มีตัว อักษร A สีแดงที่หน้าอกเป็นเครื่องหมายว่าเธอทำผิดจารีต ตัว A สีแดงนี่เลยกลายเป็นสัญลักษณ์ของการคบชู้อะไรประมาณนั้น น่ะ)
และพ่อฉันบอกว่าให้เธออยู่ห่างๆจูเลียตไว้
ฉันจึงนั่งร้องไห้อยู่ตรงขั้นบันได
ขอร้องไม่ให้เธอจากไป และฉันบอกว่า


Romeo take me somewhere we can be alone
I'll be waiting all there's left to do is run
You'll be the prince and I'll be the princess
It's a love story baby just say yes

โรมีโอ พาฉันไปที่ที่จะมีเพียงเราสอง
ฉันจะรอเธอมาพาฉันไป และจากนั้นเราก็จะหนีไปด้วยกัน
เธอจะเป็นเจ้าชาย ส่วนฉันก็จะเป็นเจ้าหญิง
นี่แหละเรื่องราวของความรัก เจ้าชายของฉัน...แค่ตอบตกลงก็พอ

Romeo save me, they try to tell me how to feel
This love is difficult, but it's real
Don't be afraid, we'll make it out of this mess
It's a love story baby just say yes
Oh oh

โรมีโอช่วยฉันออกไปที พวกเขาพยายามบอกให้ฉันรู้สึกยังไง
ความรักนี้มันยาก แต่มันคือความจริง
ไม่ต้องกลัวนะ เราจะผ่านพ้นความอลหม่านนี้ไปได้
นี่แหละเรื่องราวของความรัก เจ้าชายของฉัน...แค่ตอบตกลงก็พอ
oh oh~~


I got tired of waiting
Wondering if you were ever coming around
My faith in you is fading
When I met you on the outskirts of town, and I said

ฉันเหนื่อยที่จะรอแล้วนะ
คิดอยู่ว่า... เธอจะมีวันกลับมาให้ฉันเห็นอีกมั้ย
ความเชื่อในตัวเธอก็เริ่มหมดลง
แต่พอฉันได้เจอเธอที่ชานเมือง ฉันก็บอกเธอว่า



Romeo save me I've been feeling so alone
I keep waiting for you but you never come
Is this in my head? I don't know what to think
He knelt to the ground and pulled out a ring

"โรมีโอช่วยฉันที ฉันเหงามากเลย
ได้แต่รอเธอมาตั้งนาน แต่เธอก็ไม่เคยมาให้ฉันเห็นหน้า"
นี่ใช่มั้ยที่อยู่ในหัวฉันมาตลอด? ฉันรู้จะคิดอะไรแล้ว
จากนั้นเขาก็คุกเข่าลงกับพื้น แล้วยื่นแหวนออกมา


And said, marry me Juliet
You'll never have to be alone
I love you and that's all I really know
I talked to your dad, go pick out a white dress
It's a love story baby just say yes

และเขาพูดว่า... "แต่งงานกับผมนะ จูเลียต
คุณจะไม่มีวันต้องอยู่อย่างเดียวดายอีกแล้ว
ผมรักคุณ และเป็นสิ่งเดียวที่ผมรู้
ผมคุยกับพ่อของคุณแล้วด้วย ไปเตรียมชุดแต่งงานซะ
นี่แหละเรื่องราวของความรัก ตอบตกลงสิ ที่รัก"



Oh, oh, oh, oh
'Cause we were both young when I first saw you 

oh oh oh oh
เพราะเราทั้งคู่ยังเด็กอยู่เลย ตอนที่ฉันเจอเธอครั้งแรก



Taylor Swift - Love Story

By: AelitaX on: 9:54 AM

 

Our Team Members

Copyright © AelitaX Translate | Designed by Templateism.com | WPResearcher.com